Home D2 ศุลกากร ยูไนเต็ด

ศุลกากร ยูไนเต็ด

by savecyber
ศุลกากร ยูไนเต็ด

ศุลกากร ยูไนเต็ด

 

ศุลกากร ยูไนเต็ด – สโมสรศุลกากร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2497 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้พนักงานในองค์กรมีสุขภาพแข็งแรง และต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการกีฬาไทย สโมสรเคยส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน “ถ้วยน้อย” ซึ่งจัดโดย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อ พ.ศ. 2511 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ยุติมิได้ส่งทีมฯ เข้าร่วมแข่งขันอีกเลย 

จวบจนเมื่อ พ.ศ. 2536 ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศขึ้น โดยมี ฮ่องกง เป็นเจ้าภาพการแข่งขันครั้งแรก โดยทีมฟุตบอล สโมสรศุลกากร จึงได้ส่งทีมและเข้าร่วมแข่งขันตลอดมาตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปีปัจจุบัน

 

ก้าวสู่วงการลูกหนังแบบเต็มตัว

ต่อมา สโมสรฯ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในปี พ.ศ. 2541  และได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ทุกชั้น ทั้ง ถ้วย ง., ถ้วย ค. และ ถ้วย ข. ตามระบบคัดกรอง นอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลกระทรวงและการแข่งขันทุกรายการที่มีโอกาส โดยในปีแรกที่ส่งทีมเข้าแข่งขัน สโมสรทำผลงานได้ดีจนคว้าตำแหน่งชนะเลิศ “ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง.” ได้ทันที ทำให้ทีมได้รับการจับตามองมากขึ้น และในปีเดียวกัน สโมสรยังชนะเลิศ “ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ครั้งที่ 6” ซึ่งจัดขึ้นที่ ฮ่องกง ได้อีกด้วย ก่อนปีต่อมาจะชนะเลิศการแข่งขันนี้ใน ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย

 

ไต่เต้าสู่ลีกสูงสุด

ในช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2543 – พ.ศ. 2545 สโมสรฯ มีผลงานในสนามที่ดีขึ้น จนเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยในระหว่างนั้น สโมสรกรมศุลกากร ได้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันต่างๆมากมาย อาทิ 

  • ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ค. ปี พ.ศ. 2543
  • ชนะเลิศฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ปี พ.ศ. 2544 ที่ มาเก๊า
  • ชนะเลิศกีฬาฟุตบอลข้าราชการพลเรือน ปี พ.ศ. 2545
  • ชนะเลิศฟุตบอลข้าราชการพลเรือน ปี พ.ศ. 2545
  • ชนะเลิศฟุตบอลศุลกากรลุ่มแม่น้ำโขง ปี พ.ศ. 2545 ที่ จังหวัดเชียงใหม่

ก่อนจะมาพลาด ได้แค่รองชนะเลิศฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ปี พ.ศ. 2545 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สโมสรกรมศุลกากร ผลงานแผ่วไปนัก

 

สู่ลีกสูงสุด

สโมสรกรมศุลกากรได้รองชนะเลิศในการแข่งขัน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข. พร้อมกับสิทธิ์ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกรองของประเทศอย่าง “ดิวิชั่น 1” ทันที ในปี พ.ศ. 2547 แถมยังหนีบถ้วยชนะเลิศฟุตบอลภายใน กระทรวงการคลัง (วายุภักษ์เกมส์) พ.ศ. 2547 อีกด้วย สโมสรกรมศุลกากร ใช้เวลาอยู่ในลีกดิวิชั่น 1 เพียง 3 ปี ก่อนจะชนะเลิศการแข่งขัน พร้อมกับเลื่อนชั้นไปเล่นใน “ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก” ได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2552 แต่ทว่าผลงานของสโมสรฯ ไม่ดีนัก โดยจบด้วยอันดับที่ 16 มีเพียง 20 คะแนน จาก 30 นัด ตกชั้นพร้อมกันกับ ยอดทีมอย่าง ธนาคารกรุงเทพ และ ทหารบก ในที่สุด

 

หลังจากตกชั้น

หลังจากการตกชั้นในปี 2552 สโมสรฯ ก็ได้ทำการเปลื่ยนชื่อเป็น สมาคมสโมสรสุวรรณภูมิ ศุลกากร ซึ่งทำผลงานได้ดี โดยได้อันดับที่ 7 เกือบที่จะได้ร่วมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น เนื่องจากในฤดูกาลนั้น ทาง ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องการเพิ่มทีม เป็น 18 ทีม ภายหลังในฤดูกาล 2554 สโมสรกรมศุลกากรได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้เปลื่ยนชื่อมาเป็น สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด โดยที่ทีมบริหารทั้งหมดยังเป็นของกรมศุลกากร และมีเป้าหมายคือ ปฏิเสธการซื้อผู้เล่นที่ราคาแพงเกินจริง เพื่อสวนทางกับระบบทำลายเพดานเงินเดือนของทีมใหญ่ๆในไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 และเน้นสร้างผู้เล่นดาวรุ่งสู่ทีมชุดใหญ่ วางรากฐานระบบจัดการแบบมืออาชีพ  ซึ่งเพราะเหตุผลนี้ ทำให้ผลงานของทีมไม่ดีนัก จนตกชั้นไปเล่น ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ในปี 2554

 

สู่ไทยลีก 3

หลังจากที่เล่นในดิวิชั่น 2 มาเป็นเวลาถึง 5 ปี โดยลงแข่งขันในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใน ดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2559 ในโซน สโมสรฯ ทำผลงานจบด้วยอันดับที่ 2 ของสาย ทำให้ผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนลีก แต่แพ้ สโมสรราชประชา จากการดวลจุดโทษ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเล่นใน ไทยลีก 2 อย่างไรก็ดีด้วยนโยบายของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่จะจัดตั้งลีกระดับ 3 แทนที่ ทำให้สโมสรได้ลงเล่นใน ไทยลีก 3 โซนตอนล่างของประเทศในปี 2560 ต่อมาในฤดูกาล 2561 สโมสรสามารถจบอันดับที่ 1 และเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ

 

ผลงาน

การแข่งขันภายใต้สมาคมฯ

  • ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก – เข้าร่วมแข่งขัน 1 ครั้ง ฤดูกาล 2551 (ได้อันดับที่ 16)
  • ไทยลีกดิวิชัน 1 – ชนะเลิศ 1 ครั้ง – 2550
  • ไทยลีก 3 – รองชนะเลิศ 1 ครั้ง – 2561
  • ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ถ้วย ข รองชนะเลิศ 1 ครั้ง – 2547
  • ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ถ้วย ค ชนะเลิศ 1 ครั้ง – 2543
  • ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ถ้วย ง ชนะเลิศ 1 ครั้ง – 2541

 

ผลงานอื่นๆ

  • ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ – ชนะเลิศ 3 ครั้ง 2541 (ฮ่องกง), 2542 (ไทย), 2544 (มาเก๊า)
  • กีฬาฟุตบอลข้าราชการพลเรือน – ชนะเลิศ พ.ศ. 2545
  • ฟุตบอลศุลกากรลุ่มแม่น้ำโขง – ชนะเลิศ พ.ศ. 2545 ที่เชียงใหม่
  • ฟุตบอลภายในกระทรวงการคลัง (วายุภักษ์เกมส์) – ชนะเลิศ พ.ศ. 2547

 

ณ เวลานี้ ”สิงห์นายด่าน” มีอันต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ในลีกภูมิภาค ภายใต้การนำทัพของนายใหญ่หัวใจลูกหนังอย่าง ”บิ๊กหยิม” ยุทธนา หยิมการุณ รักษาการอธิบดีกรมศุลกากรในฐานะประธานสโมสร ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเป็นแบ็กอัพชั้นดีมายาวนานกว่า 15 ปีเต็ม โดยมีเป้าหมายในการพาทีมกลับไปสู่ยุคทองอีกคำรบ 

ออกสตาร์ตฤดูกาล ”สิงห์นายด่าน” เลือกใช้บริการ ”โค้ชเมือง” เมืองกาญจน์ สุขจิตต์ ซึ่งผลงานช่วงแรกออกตัวร้อนแรงเกาะกลุ่มหัวตาราง ก่อนที่จะมาสะดุดไม่ชนะใครติดต่อกัน 4 นัด  อันดับจึงค่อยๆ สาละวันเตี้ยลง กระทั่งช่วงปลายเลกแรกได้ดึง ”ไอ้แรดหิน” สมพงษ์ วัฒนา เข้ามาช่วยในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคนิค 

เข้าสู่เลกสองมาได้สักพักใหญ่ ทีมชื่อดังย่านลาดกระบังตัดสินใจผ่าตัดทีมอีกครั้ง โดยดึงเอา ”โค้ชป๋อง” ชยพล คชสาร อดีตกุนซือฉะเชิงเทรา และพัทลุง เอฟซี เข้ามาสานงานต่อ ซึ่งผลงานกำลังไปได้สวย กลายเป็นทีมเต็งจ๋าที่น่าจะเข้าสู่รอบชปล. ได้ตามสายตาเกจิฯ ทั้งหลาย แต่สุดท้ายพวกเขากลับพลาดท่าตกม้าตายอย่างไม่น่าเชื่อ ! ซึ่ง ”เสี่ยโก๊ฟ” กีรติ เส็นติระ ผจก.ทีมคนดังเชื่อว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากผลการแข่งขัน 2 นัด!

”ผมเชื่อว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราพลาดตั๋วไปชปล. เกิดจาก 2 เกม ก็คือเสมอ นอร์ทกรุงเทพ 1-1 โดยถูกตีเสมอช่วงทดเจ็บหายไป 2 แต้ม อีกเกมก็คือแพ้ จามจุรี ยูไนเต็ด 1-4 หากเปลี่ยนเป็น 6 แต้ม ป่านนี้เราไปชปล. ไปแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ผจก.ทีมคนดังค่ายนายด่าน เปิดใจอีกว่า ”ผมยอมรับว่าเสียดายไม่น้อย แต่ยืนยันว่าไม่เสียใจ เพราะนักเตะและทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างสุดความสามารถแล้ว รวมถึงต้องขอขอบคุณแฟนบอลสิงห์นายด่านทุกคนที่ช่วยกันเชียร์ตลอดมา ปีหน้าพวกเราสัญญาว่าจะพาทีมไปให้ถึงจุดหมายให้ได้”

ขณะที่ ”บิ๊กหยิม” ยุทธนา หยิมการุณ กล่าวทิ้งท้ายว่า ”ในนามของประธานสโมสร ผมพร้อมที่จะสนับสนุนทีมต่อไปเหมือนเดิม โดยปีหน้าเราจะต้องมีการวางแผนเตรียมทีมให้ดีขึ้น เพื่อเป้าหมายในการกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ให้ได้ เราจะต้องไม่ท้อและลืมฝันร้าย ปีหน้าฟ้าใหม่พวกเราจะกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง” นายใหญ่สิงห์นายด่านคำราม 

น่าเสียดายเหลือเกินที่ ”สิงห์นายด่าน” ศุลกากร ยูไนเต็ด อุตส่าห์สวมบทพระเอกขี่ม้าขาว กำลังจะเข้าเส้นชัยอยู่แล้ว แต่ดันมาสะดุดขาตัวเองตกม้าตาย! แต่อย่างไรเสียผลงานฤดูกาลนี้ก็บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง เสมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยให้รู้ว่า ราชันลูกหนังจากฝั่งลาดกระบังกำลังจะกลับมา..ปีหน้าถ้าทีมบริหารยังไม่ถอดใจ รับประกันว่าได้ลุ้นยาวๆ แน่นอน

You may also like

Leave a Comment