Home D2 แพร่ ยูไนเต็ด

แพร่ ยูไนเต็ด

by savecyber
แพร่ ยูไนเต็ด

แพร่ ยูไนเต็ด

 

แพร่ ยูไนเต็ด – สโมสรฟุตบอล แพร่ยูไนเต็ด (Phrae United Football Club) ฉายา ม้าคะนองศึก ใช้สนามกีฬาเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง เป็นสนามเหย้า โดยสามารถจุจำนวนผู้ชมคน 5,000 ที่นั่ง ประธานสโมสรคนปัจจุบันคือ พงษ์สวัสดิ์ ศุภสิริ

 

สโลแกนของแพร่ยูไนเต็ด “เราคือแพร่ยูไนเต็ด เราจะสู้ให้คนแพร่ได้ภูมิใจ” อยู่ภายในโรงอาหารของแค้มป์เก็บตัว ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ นี่คือการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมฟุตบอลจากภาคเหนือทีมนี้ ฤดูกาล 2020 ที่กำลังจะเปิดฉากกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป กลายเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของแพร่ยูไนเต็ด ที่มี “แม่เลี้ยงติ๊ก” สส.ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดแพร่ ประธานที่ปรึกษา, ”โกปี้” พงษ์สวัสดิ์ ศุภศิริ ประธานสโมสร , “แม่เลี้ยงไก่” ศุภวัลย์ ศุภศิริ ผู้จัดการทีม และ โค้ชหนุ่ม อานนท์ บรรดาศักดิ์ กับการนำทัพสู้ศึกในลีกรอง กับอีก 17 ทีม ฤดูกาล 2019 แพร่ยูไนเต็ด จบอันดับ 2 ของตารางไทยลีก 3 กลุ่ม ตอนบน ต้องไปเพลย์ออฟฟกับทีมอัน 2 ของไทยลีก 3 กลุ่มล่าง และลูกทีมของแม่เลี้ยงไก่ และโค้ชหนุ่ม ก็ทำสำเร็จ เมื่อกลายเป็นทีมที่คว้าตั๋วใบที่ 3 เลื่อนชั้นจากไทยลีก 3 มายังไทยลีก 2 ที่สำคัญมันคือความสำเร็จนับจากการก่อตั้งสโมสรครบรอบ 10 ปี

 

การก่อตั้งสโมสรฟุตบอล แพร่ยูไนเต็ด

แพร่ ยูไนเต็ด เริ่มต้นก่อสร้างขึ้นในปี 2552 ภายใต้การจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ในชื่อ “บริษัท ฟุตบอลแพร่ยูไนเต็ด จำกัด” ซึ่งผลงานในช่วงแรกยังไม่สามารถทำอะไรได้มากและผลงานยังไม่โดดเด่น จึงทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีเล่นกันตลอดหลายฤดูกาล และยังไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ เพราะจบอันดับได้เพียงแค่รองท้ายตาราง ต่อมาก็มีปัญหาเรื่องมรสุมรุมเร้าในหลายอย่าง ทำให้การทำทีมไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้สักที

 

หลังจากนั้น สโมสรก็ได้ตั้งนโยบายใหม่พร้อมกับความคาดหมายที่ต้องการประสบความสำเร็จและเข้าไปยังรอบลึกๆ ให้ได้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารใหม่ทั้งหมด และได้งบประมาณของการทำทีมมาใหม่ด้วยทุนประมาณ 6 ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยให้สโมสรสามารถขับเคลื่อนไปได้ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง เบี้ยงเลี้ยงต่าง ๆ ทั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากอบจ. สมาคมกีฬาจังหวัด, การกีฬาแห่งประเทศไทย และยังได้ผู้สนับสนุนจากบริษัทแคทอีกต่างหาก

 

การเข้าร่วมฟุตบอลลีกของ สโมสรฟุตบอล แพร่ยูไนเต็ด

สำหรับผลงานของสโมสรฟุตบอล แพร่ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ หลังจากที่พยายามกันอยู่นาน แต่ในที่สุดความพยายามของม้าคะนองศึก ก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาสำเร็จ จนได้ขึ้นมาเล่นในไทยลีก 2 เป็นครั้งแรกของสโมสร จากนัดที่บุกไปชนะแกรนด์ อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 0-1 ซึ่งการแข่งขันในไทยลีก 2 ถือว่าเป็นเกมการแข่งขันระดับสูงของสโมสร ณ ตอนนั้น เนื่องจากเป็นการเข้ามาทำการแข่งขันครั้งแรก หลังจากเล่นในลีก 3 เป็นเวลานานกว่าจะผ่านเข้ามาเล่นในลีก 2 ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังเอาไว้

ปัจจุบันสโมสรฟุตบอลแพร่ ยูไนเต็ด สัญลักษณ์ประจำสโมสรเป็นรูปม้า เป็นรูปสัตว์ที่อยู่บนตราประจำจังหวัดแพร่ มีขอบโลโก้เป็นสีแดงเลือดหมู และสีเขียวที่อยู่ในตราประจำจังหวัด ใช้สีเขียวเป็นสีเสื้อชุดเหย้าของสโมสร และย้ายสนามเหย้าของสโมสรใหม่ มาเป็นสนามอบจ.แพร่ ซึ่งเป็นสนามที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับการแข่งขันในระดับอาชีพ แม้เป็นสนามแบบไม่มีหลังคา แต่ก็มีอัฒจันทร์สองฝั่งจึงทำให้สามารถรองรับแฟนบอลได้จำนวนไม่น้อย

ทั้งนี้ภายใต้อัฒจันทร์ยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นชุดเหย้าของสโมสร ชุดเยือนของสโมสร ผ้าพันคอลายของสโมสร ของที่ระลึกต่างๆ ของสโมสร ทั้งนี้ยังเปิดให้บริการให้คนทั่วไป ได้เข้ามาออกกำลังกายหรือเข้ามาดูทีมซ้อมบอลได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสนามแข่งขันที่เปิดให้บริการเพื่อใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์

 

ประวัติสโมสร 

สโมสรฟุตบอลอาชีพจังหวัดแพร่ ก่อตั้งสโมสรขึ้นเมื่อปี 2009 ภายใต้การจดทะเบียนในรูปแบบ บริษัท ฟุตบอลแพร่ ยูไนเต็ด จำกัด หลังเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ได้เพียงรองบ๊วยของตารางในโซนภาคเหนือหลังจากจบฤดูกาล 2009 ที่ผ่านมาท่ามกลางปัญหาและมรสุมที่รุมเร้าแต่มาในปีนี้พวกเขากลับมาใหม่อีกครั้งพร้อมกับความหวังที่จะลบผลงานเก่าและสร้างผลงานใหม่ให้ดีกว่าเดิม โดยมีการเตรียมทีมเพื่อเตรียมทำศึกในฤดูกาลที่จะมาถึงอย่างไม่รีรอเริ่มการการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารทีม โดยประธานสโมสร คือ พงษ์สวัสดิ์ ศุภศิริ และ ส.จ. วิตติ แสงสุพรรณ เป็นผู้ช่วยประธานสโมสร และ คุณประสงค์ ชุ่มเชย อดีตส.จ เป็นผู้จัดการทีม โดยงบประมาณทำทีมของแพร่ ยูไนเต็ด ครั้งนี้มีประมาณ 6 ล้านบาท เพื่อที่จะใช้จ่ายในเรื่องของเงินเดือนนักเตะ ค่าเดินทาง และเบี้ยเลี้ยงในการฝึกซ้อมต่าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะ โดยได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.แพร่, สมาคมกีฬาจังหวัดแพร่ และการกีฬาแห่งประเทศไทย และในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดต่อสปอนเซอร์หลักเพื่อที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนทีมอย่าง บ.แคท ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปและเปิดตัวทีมอย่างเป็นทางการในไม่ช้า

 

สนามเหย้า

แพร่ยูไนเต็ด ใช้สนาม อบจ.แพร่ เป็นสนามเหย้า โดยสนามแห่งนี้ได้งบประมาณปรับปรุงอย่างดีจาก อบจ.แพร่ มีอัฒจันทร์สองฝั่งมีหลังคาและไม่มีหลังคา น่าจะรองรับแฟนบอลชาวแพร่ที่จะเข้ามาชมและเชียร์ทีมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีโครงการที่จะเปิดร้านจำหน่ายของที่ระลึกบริเวณห้องใต้อัฒจันทร์ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืด เสื้อแข่งของทีมทั้งนัดเหย้าและเยือน ผ้าพันคอ พวงกุญแจ อุปกรณ์การเชียร์ต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีแฟนบอลให้ความสนใจเข้ามาสั่งจองสินค้าอย่างคับคั่ง ส่วนช็อปจำหน่ายสินค้าจะเปิดในช่วงเย็นเพราะจะมีประชาชนเข้ามาออกกำลังกาย และเข้ามาดูทีมแพร่ซ้อม และในวันแข่งขันจะเปิดจำหน่ายตั้งแต่เช้าถึงเลิกการแข่งขัน และยังออกบูทจำหน่ายสินค้าตามงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งจะเป็นการหางบประมาณช่วยทีมอีกวิธีหนึ่งด้วย และปี พ.ศ. 2556

 

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ปี 2552 หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

สโมสรแพร่ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ถือเป็นทีมที่เป็นปึกแผ่นมากในเรื่องงบประมาณของสโมสร ที่มีไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาทจากการสนับสนุนของสปอนเซอร์และงบประมาณโดยตรงของทัพม้าคะนองศึก ด้วยงบประมาณจำนวนที่มากมายขนาดนี้ถือว่าแพร่ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรที่มีเงินถุงเงินถังอีกทีม และทำให้การบริหารทีมมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นในเมื่องบประมาณของสโมสรมีมากพอที่จะขับเคลื่อนทีมไปตลอดฤดูกาล

โดยเมื่อไม่นานมานี้ทางสโมสร ”รถม้ามรกต” แพร่ยูไนเต็ด ได้จัดการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ คือ ”โค้ชมาร์ค” สรศักดิ์ แรตสอน กุนซือวัยหนุ่มแต่มากประสบการณ์ ได้เข้ามาปฏิวัติทัพม้ามรกต บวกกับขุมกำลังที่ฝีเท้าดีหลายรายอย่าง สุริยงค์ เพ็ชรหาญ, บูฆอรี นิ้วหลี, อัสฮา ดีมุง, อดิศร หนูนารถ, ธนาดล ดำพลงาม, อาดัม อูเซ็ง และ ไกรศรี พงศ์จันทรเสถียร ที่เป็นกำลังขับเคลื่อนให้ แพร่ยูไนเต็ด ไปสู่เป้าหมายที่สวยงามของสโมสรในฤดูกาลนี้

ด้วยความมุ่งมั่นของสโมสร แพร่ยูไนเต็ด ในปีนี้ทางด้าน ”แม่เลี้ยงไก่” ศุภวรรณ ศุภศิริ ผู้จัดการทีมแพร่ยูไนเต็ด ได้ออกมากล่าวว่า ในฤดูกาล 2013 นี้ทีมแพร่ยูไนเต็ด มีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะพัฒนาสโมสรไปสู่ความเป็นมืออาชีพ และความสำคัญทางทีมได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างเพื่อการก้าวไปสู่สโมสรแห่งอนาคต ทั้งการได้กุนซือคนใหม่เข้ามาคุมทีม พร้อมกับแผนการสร้างสนามใหม่ที่กำลังก่อสร้างในเวลานี้ และจะแล้วเสร็จในอีกสี่ปีข้างหน้า และผลงานในฤดูกาลนี้สโมสรแพร่ยูไนเต็ด หวังอย่างยิ่งว่าต้องประสบความสำเร็จให้ได้ โดยมีเป้าหมายคือการจบในอันดับหัวแถวของตาราง คือติดหนึ่งในห้า และหากสามารถเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถือว่าทีมประสบความสำเร็จทะลุเป้า

ฤดูกาล 2013 เป็นปีแห่งการพัฒนาของสโมสรแพร่ยูไนเต็ด โดยทัพม้าคะนองศึกมุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะพาทีมติดอันดับท็อปของโซนภาคเหนือให้ได้ด้วยงบประมาณที่ล้นมือในปีนี้ และจากความตั้งใจจริงของทางบอร์ดบริหารของสโมสรที่ต้องการเดินหน้าล่าความสำเร็จ และในปีนี้แพร่ยูไนเต็ด ต้องมีอะไรให้แฟนบอลได้เซอร์ไพรส์ได้อย่างแน่นอน ซึ่งต่อจากนี้ต้องจับตามองทัพม้าคะนองศึกฝูงนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของบอร์ดบริหารทำให้ขุนพลแพร่ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะสนองนโยบายในการเดินหน้าใส่เกียร์ห้าเพื่อล่าความสำเร็จมาสู่สโมสร มาให้กับสโมสรให้จงได้

You may also like

Leave a Comment