Home D3 วัดโบสถ์ ซิตี้

วัดโบสถ์ ซิตี้

by savecyber
วัดโบสถ์ ซิตี้

วัดโบสถ์ ซิตี้

 

วัดโบสถ์ ซิตี้ – ประวัติสโมสร สโมสรฟุตบอล วัดโบสถ์ซิตี้ ทำการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฟุตบอล แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 และเข้าร่วมการแข่งขันไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก ฤดูกาล 2561 วัดโบสถ์ซิตี้ ได้ตำแหน่งชนะเลิศโซนภาคเหนือ ตอนล่าง หลังจากชนะนอร์ทเทิร์น ตาก ยูไนเต็ดด้วยการ ดวลลูกโทษ 9–8 หลังจากเสมอกันในเวลา 1–1 และเข้าชิงชนะเลิศโซนภาคเหนือ กับแม่โจ้ ยูไนเต็ด แต่แม่โจ้ ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายชนะ 2–1 ทำให้วัดโบสถ์ ซิตี้ได้เพียงรองชนะเลิศเท่านั้น แต่ยังได้สิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 4

สโมสรฟุตบอลวัดโบสถ์ ซิตี้ได้เจรจาร่างข้อตกลงร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อขอใช้สนามแข่งขัน ไทยลีก 4 และขอความร่วมมือ พัฒนานักเตะในสโมสร ในขณะที่สนามเหย้าจริงของสโมสร ได้วางแผนก่อสร้างในเขตพื้นที่ อำเภอวัดโบสถ์ ใกล้กับถนนพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ โดยเช่าที่ดินขนาด 16 ไร่จากญาติของทีมงาน ในสโมสร

 

ทีมฟุตบอลในอุดมคติของแฟนบอล

 

วัดโบสถ์ ซิตี้ ลงทำการแข่งขันในฟุตบอล ไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก โซนภาคเหนือ ก่อนจบทัวร์นาเมนต์ด้วยตำแหน่ง รองแชมป์โซน ทำให้พวกเขาได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ามาเล่นลีกอาชีพ ในศึก ออมสิน ลีก (T4) ฤดูกาล 2019

ช่วงเวลานี้เอง บทบาทของ ปิยะ ไกรทอง และเหล่าแฟนคลับ ที่แยกตัวออกมาสร้างทีม ต้องเริ่มต้องหันมาลงรายละเอียด ในการสร้างสโมสรแห่งนี้ ซึ่งแนวทางที่พวกเขาวางไว้ ก็มีความแตกต่างกับ ทีมฟุตบอลอาชีพทั่วไป

เพราะทุกๆนโยบาย แนวทาง หรือสิ่งที่พวกเขาต้องการ ไม่ใช่ถ้วยแชมป์ หรือเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ แต่พวกเขาอยากทำฟุตบอล ในอุดมคติ ที่แฟนบอลอยากเห็น ซึ่งอะไรก็ตามแต่ที่พวกเขา เคยรู้สึกไม่ชอบสมัยเป็น กองเชียร์ ก็จะไม่มีทางนำมาใช้ยามตัวเองเป็นผู้บริหารทีม

“นโยบายของทีมเรา คนทำทีม จะไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของสตาฟโค้ช ผมว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบให้ผู้บริหารทีมไปยุ่งกับการทำงานของโค้ชสักเท่าไหร่หรอก”

“แต่พวกเขาก็ได้แค่บ่น พูดกันเองเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไร พอเรามาทำทีมฟุตบอลก็ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้ ก็คิดว่าปล่อย ให้โค้ชทำงานอย่างสบายใจดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปล่อยปะละเลยนะ หากโค้ชขาดเหลืออะไรก็ขอให้แจ้งมา”

ในขณะที่ประธานสโมสรหรือผู้มีอำนาจสูงสุด ของทีมฟุตบอลอื่นๆ มักจะปรากฏตัวอยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรองข้างสนาม หรือไม่ก็นั่งเท่ๆ อยู่ที่โซน วีไอพี บน อัฒจันทร์ แต่ผู้บริหารของสโมสรวัดโบสถ์ ซิตี้ เลือกที่จะมาร้องเพลงเชียร์ร่วมกับแฟนบอล ของทีมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่กองเชียร์ เห็นเป็นภาพชินตาของสโมสรแห่งนี้

“คงจะเป็นเพราะว่าผมมาจากกลุ่ม แฟนบอลด้วยล่ะ ชอบตะโกนร้องเพลงเชียร์ทีมมากกว่า แต่เอาจริงๆนะ ผมว่าไม่มีประโยชน์หรอกที่จะไปนั่งข้างสนาม ยิ่งเราไม่ใช่นักการเมือง อยู่ข้างสนามผู้ตัดสินก็ไม่ได้เกรงใจอะไรหรอก ตอนทีมแข่งขึ้นไปเชียร์บนอัฒจันทร์ กับแฟนบอลสนุกกว่าเยอะเลย” ปิยะ ไกรทอง กล่าวเริ่ม

 

บริหารสโมสรแบบแฟนบอล เพื่อแฟนบอล

“3-4 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เรา เข้าสู่ระบบอาชีพ ยอมรับว่าขาดทุนเยอะ อย่างที่บอกว่าสปอนเซอร์ ไม่ได้หาง่ายเหมือนกับทีม ที่มีนักการเมืองเป็นเจ้าของ” ผู้บริหารวัดโบสถ์ ซิตี้ เผยอุปสรรคปัญหา ที่ทีมฟุตบอลอย่างพวกเขาเจอ

แน่นอนว่าไม่ง่ายเลยสำหรับ แฟนคลับกลุ่มหนึ่ง ที่ผันตัวเองมาทำหน้าที่เป็น ทีมบริหารสโมสร เพราะฟุตบอลอาชีพต้องอาศัยเงินลงทุน มากพอสมควร

ซึ่งแนวคิดหนึ่งที่ แฟนบอลอย่างที่พวกเขาคิดมาตลอด จึงถูกนำมาใช้บริหารทีมแห่งนี้ ในการสร้างนักฟุตบอลเยาวชน เพื่อให้สโมสร อยู่ได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ ตามครรลองที่ฟุตบอล อาชีพควรจะเป็น ไม่ใช่หวังแค่มีเจ้าของ ทีมกระเป๋าหนักมาทุ่มทุน

“ดังนั้นวิธีเดียว ที่เราจะอยู่รอดในระบบอาชีพ คือ การมีรายได้ที่มั่นคง วัดโบสถ์ ซิตี้ พยายามจะทำฟุตบอลอาชีพ ให้เหมือนต่างประเทศ ที่รายได้หลักมาจาก แฟนบอล และการขายนักเตะ”

“จริงๆก็เป็นความคิดมาตั้งแต่ตอนเป็นแฟนบอลแล้ว เราชอบพูดกันว่าเราควรปั้นนักเตะมาใช้งานหรือ ไม่ก็นำเงินเข้าสโมสร พอได้มาบริหาร ทีมจริงๆ เราก็ทำในสิ่งที่เราอยากเห็น อยากให้เป็น”

“แม้เราจะเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่ได้เริ่มระบบอคาเดมี่อย่างจริงจัง แต่ตอนนี้ เราปล่อยนักเตะเยาวชนไปให้กับทีมอื่นได้แล้ว 1 คนได้ค่าตัวมา 3 หมื่นบาท จำนวนเงินอาจจะไม่มาก แต่นี่คือรายได้ก้อนแรกที่เข้าสู่สโมสรจากการขายนักเตะ สำหรับผมถือว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะเรามีนักเตะ ดาวรุ่งอีกหลายคนที่เซ็นไว้ และก็พยายามให้ สตาฟโค้ชปั้นให้เก่ง”

พวกเขาอาจไม่ได้มีประสบการณ์ และองค์ความรู้ ในการบริหารจัดการสโมสร กีฬาอาชีพมากนัก เพราะที่ผ่านมา บุคลากรในสโมสร วัดโบสถ์ ซิตี้ ก็ล้วนเป็นกลุ่มคน ที่มาจากบนอัฒจันทร์กองเชียร์ หาใช่นักบริหาร หรือนักการเมือง

แต่ความตั้งใจ ความเอาใจใส่ และความพยายามก็ทำให้ ผู้บริหารของวัดโบสถ์ ซิตี้ ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้  ปิยะ ไกรทอง บอกกับเราว่า สโมสรมีการประชุมหารือพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อหาจุดที่ต้องนำไปแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องแฟนบอล ที่พวกเขาให้ความสำคัญ อย่างมาก

“ฟุตบอลอาชีพมันต้องก่อให้เกิดรายได้ เพื่อให้สโมสรเลี้ยงตัวเองได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้บริหาร ทีมฟุตบอลต้องทำ และให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ งานของเราก็คือการทำอย่างไรให้สโมสรมีรายได้เข้ามา”

“สโมสรจะอยู่ได้ แฟนบอลคือปัจจัยสำคัญ หากไม่มีแฟนบอล ทำทีมฟุตบอลก็รอวันเจ๊งได้เลย ผมมาจากแฟนบอล รู้ว่าความต้องการของแฟนบอลคืออะไร ฟุตบอลก็เหมือนการแสดง หากโชว์ดี ดูแล้วสนุก คนก็อยากเข้าสนาม”

“นอกจากนโยบาย ที่เรากำหนดว่าทีมจะต้องเล่น บอลให้สนุก เราก็ยังต้องสร้าง บรรยากาศ การเข้ามาเชียร์บอล ในสนามให้มีความสุขไปด้วย เวลาแฟนบอลมาสนาม แล้วมีความสุขเขาก็อยากกลับมาอีก”

You may also like

Leave a Comment